กว่าจะเป็น...ไผ่ พงศธร...

posted on 18 Dec 2007 21:13 by tg-suparat in Suparat

 

 

 

จากเด็กชายที่เกิดมาในครอบครัวชาวนาที่ยากจนในหมู่บ้านสร้างแต้ อ.กุดชุม จ.ยโสธร เด็กชายคนนั้นได้รับการเลี้ยงดูจากครอบครัวมีอดบ้างมีกินบ้างคละเคล้ากันไปตามสภาพสังคมชนบท กาลเวลาผ่านไปจนเขาเติบใหญ่ และเรียนจนจบมัธยมปลาย เขาจึงเดินทางเข้ากรุงเทพ ด้วยความคิดแต่เพียงว่ามาช่วยพี่สาวขายลาบแต่แล้วชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป เมื่อมีคนเห็นแววและพยายามผลักดันกันอยู่หลายปี จนเขาได้มีโอกาสทำเพลงกับค่ายกับแกรมมี่โกลด์ ในชื่อชุดว่าฝนรินในเมืองหลวง 
  ไผ่ พงศธร เกิดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2525 มีพี่น้อง 4 คนไผ่จะเป็นคนสุดท้ายที่บ้านมีอาชีพทำนาและพ่อแม่จะมีอาชีพเสริมคือเล่นหมอลำชีวิตในวัยเด็กของไผ่ จะเป็นครอบครัวที่ลำบากด้วยความยากจน พ่อแม่ไผ่ต้องพาครอบครัวออกไปอยู่ที่นาที่ห่างจากหมู่บ้านออกไปประมาณ3 ก.ม. โดยปลูกเป็นกระต๊อบเล็กๆที่แทบจะกันแดดกันฝนได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกอะไรเลยนอกจากวิทยุทรานซิสเตอร์และทีวีขาวดำขนาดเล็กที่เวลาดูต้องต่อไฟจากแบตเตอรี่ จนต่อมาเมื่อขึ้นชั้น ม.พ่อของไผ่ก็เสียชีวิต ในช่วงนั้นถือเป็นการหักเพชีวิตครั้งใหญ่เพราะพ่อคือเสาหลักของบ้าน ไผ่ต้องตัดสินใจออกไปทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวเพิ่มขึ้น และเป็นจังหวะเดียวกันกับคณะหมอลำแถวบ้านที่ไผ่มักชอบไปนั่งดูการแสดงเสมอ ขาดนักแสดงหน้าวงพอดีเขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมวงหมอลำทำหน้าที่ทุกอย่างตั้งแต่เด็กยกเครื่องและเต้นโชว์หน้าเวที ร่วมคณะอยู่ประมาณ2ปี ทางวงหมดหน้างานจึงทำให้เด็กในวงลำบากจนต้องออกมาลำขอข้าวเป็นการลำในหมู่บ้านเพื่อขอข้าวจากบ้านต่างๆจะถือกระบุง กระสอบบ้างตระเวนไปตามหมู่บ้านต่างๆเพื่อขอข้าวมาขายแล้วเลี้ยงในวงที่ไม่มีงาน ทำอยู่ได้ไม่นานก็ต้องแยกย้ายกันไป เพราะเงินไม่พอเลี้ยงเด็กในวง ในช่วงที่อยู่บ้าน ไผ่ได้รู้จักกับ หยก ลูกหยี (จิตรชัย ภวังคาม)จากการชักชวนของญาติ หยกได้ชักชวนอยากให้ไผ่ได้เป็นนักร้อง ด้วยการทำเดโมเพื่อไปเสนอตามค่ายเพลงต่างๆสลับการประกวดร้องเพลงจากเวทีต่างๆ และก็ได้ห่างกันไป เล่นหมอลำและเรียน หนังสืออยู่จนจบ ม.6 จากนั้นพี่สาวก็ให้ไผ่ เข้ากรุงเทพฯ มาช่วยขายลาบแถวราษฏร์บูรณะ ไม่ว่าจะล้างจาน เด็กเสิร์ฟ ทำความสะอาด และต่อมาได้รับการติดต่อจากหยก เพื่อจะนำเสนองานเพลงกับค่ายเพลงอีกครั้ง
    
ในช่วงนั้นไผ่จึงตัดสินใจแยกออกมาจากพี่สาวเพื่อทำเพลงเสนอค่ายเพลงอีกครั้งช่วงนั้นเป็นช่วงขอความลำบากของไผ่หยก และเพื่อนๆเป็นอย่างมาก บางวันมีเงินรวมกันแล้วได้แค่ 5 บาทต้องเอาเงินซื้อข้าวเปล่ามา 1 ถุงส่วนกับข้าว ไม่ต้องพูดถึงไม่มีอยู่แล้วเพราะมีเงินแค่นั้นจึงต้องใช้วิธีขอน้ำปลาจากร้านที่ซื้อข้าวโดยเทใส่ถุงเล็กๆมาด้วย พอถึงห้องก็ใช้น้ำปลาราดข้าวและด้วยความที่ไม่มีเงินทั้งจานและช้อนกินข้าวก็เลยไม่มี พอไม่มีช้อนก็เลยเอามีดตัดขวดพลาสติกมาทำเป็นช้อนแบ่งกันคนละนิดละหน่อยจนบางครั้งถึงขนาดที่ไม่ได้กินข้าวถึง 2 วัน เพราะไม่มีเงิน ซื้อจนบางครั้งต้องเอาบัตรประชาชนไปเซ็นร้านค้าแถวนั้นแต่พอบ่อยๆก็ไม่ให้เซ็นแม้กระทั่งขึ้นรถเมล์ยังไม่มีเงินจำต้องเดินเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตรเลยทีเดียวหรืออย่างบางครั้งต้องเดินดูตามตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อดูว่ามีเงินที่ค้างอยู่ตามช่องคืนเหรียญบ้างหรือเปล่าบางครั้งต้องเดินเป็นสิบๆ ซึ่งก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง ถ้าได้ก็แค่ประมาณ4 – 5 บาทเท่านั้น ไผ่บอกว่าช่วงนั้นอย่าว่าแต่เรื่องของอนาคตเลยไม่มีความหวังเขาคิดแคเพียงว่า วันพรุ่งนี้จะเอาอะไรมากินแค่นั้นเอง
    
ชีวิตเป็นแบบนี้อยู่นานและบ่อยครั้งที่ไผ่ท้ออยู่หลายครั้ง และคิดเลิกจะเป็นนักร้องในที่สุดไผ่ก็ตัดสินใจไปช่วยพี่สาวขายลาบอีกครั้ง แต่จากนั้นไม่นานโชคชะตาก็เข้าข้างเมื่อหยกได้พบอ.สลาและนำเดโมที่เคยทำให้ อ.สลาลองได้ฟัง จน อ.สลาสนใจและเรียกเข้าไปสกรีนเทสต์ที่แกรมมี่ในครั้งแรกไผ่ไม่เชื่อหยกว่าเป็นเรื่องจริง เพราะเค้ามีความคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ยากที่จะเข้ามาแกรมมี่ได้จนในที่สุดได้สกรีนเทสต์ และได้เซนต์สัญญา จนได้ออกอัลบั้มในที่สุด  

     
     ช่วงรอทำอัลบั้ม ทางบริษัท แกรมมี่โกลด์ ก็หางานให้ทำ โดยส่งให้ขึ้นเวทีวงไมค์ ภิรมย์พร  เป็นครั้งแรก เพื่อฝึกฝนตัวเองและเก็บเกี่ยวประสบการณ์หน้าเวทีให้ดีขึ้น  ซึ่งในช่วงนั้นก็นำเพลงของนักร้องรุ่นพี่อย่าง เอกพล มนต์ตระการ มาขับร้อง เพราะยังไม่มีเพลงเป็นของตัวเอง กับอัลบั้มแรกในชีวิตฝนรินในเมืองหลวง” จากนั้นการเริ่มต้นของชีวิตนักร้องก็เกิดขึ้น แกรมมี่โกลด์ ได้ใช้เวลาบ่มเพาะร่วม 2 ปีอัลบั้มชุดนี้จึงเกิดขึ้นภายใต้การดูแลของครูสลา คุณวุฒิกลุ่มดาวรุ่งลูกทุ่งติดดาว” และนักแต่งเพลงดาวรุ่ง วสุ ห้าวหาญ โดยมีสิงห์เฒ่า ทุ่งขี้เหล็ก เป็นผู้สร้างสรรค์งานดนตรี มีหลากหลายบทเพลงอยากให้ลองฟังแจ้งเกิดไปแล้วกับงานเพลงชุดแรก ฝนรินในเมืองหลวงบทเพลงหลายเพลงได้รับความนิยม อาทิ ยืมหน้ามาเข้าฝน” “คิดฮอดวันละหน่อยสำหรับนักร้องหนุ่มตามฝันจากบ้านไกลไผ่พงศธรเด็กหนุ่ม จากบ้านสร้างแต้ ต.โพนงาม อ.กุดชุม จ.ยโสธร 

     วันนี้ ไผ่ พงศธร พร้อมแล้วที่จะกลับมารับใช้แฟนเพลงกับงานเพลงชุดที่ 2 “คำสัญญาของหนุ่ม บ้านนอก ภายใต้การดูแลของ ครูสลา คุณวุฒิ และ อ.วสุ ห้าวหาญ ที่รับหน้าที่กลั่นกรองเนื้อร้อง/ทำนอง ส่วนภาคของดนตรีและควบคุมการร้องโดย สิงห์เฒ่า ทุ่งขี้เหล็ก

อ.วสุ ห้าวหาญ บอกถึงคอนเซปของงานเพลงชุดที่ 2 ของไผ่ พงศธร คำสัญญาของหนุ่มบ้าน นอกว่างานชุดนี้เป็นเพลงที่บรรยายภาพชีวิตของหนุ่มที่ไกลบ้าน เข้ามาอยู่ในเมืองหลวงเนื้อหาเพลงจะ กล้างออกไปกว่าชุดแรกมีทั้งเบาและหนัก แฟนเพลงของ ไผ่ พงศธร มีทั้งนักศึกษา แม่ค้าคนทั่วไปผมจึง คิกว่าทำอย่างไรจะให้พวกเขาฟังด้วยกันได้ งานเพลงชุด คำสัญญาของหนุ่มบ้านนอกยังระดมไปด้วย นักเรียนเรียงเสียงประสานอีกหลายคนอาทิ ธีระพงษ์ ศักด์แก้ว ปียะวุฒิ ณ บางช้าง เสถียร ทำมือ สมศักดิ์ พิลารัตน์ และ ศราวุธ ทุ่งขี้เหล็กไผ่ พงศธร เปรียบเหมือน หนุ่มบ้านนอกที่ตามฝันของตัวเองที่ต้องไกลบ้านมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกรุง ก็ไม่ลืมที่จะกลับบ้านดูแลพ่อแม่ เพลงชุดนี้เนื้อหาจะต่อกันกับชุดแรกนั้นเข้ามาทำงานแล้วก็คิดถึงบ้าน ถ้าทำงานเก็บเงินได้แล้วก็ จะกลับไปดูแลพ่อแม่ ชุด คำสัญญาของหนุ่มบ้านนอกมีเพลงที่สะท้อนความรักความตั้งใจอยู่หลายเรื่องบทเพลงจะกว้างขึ้นกว่าชุดแรก 

 

edit @ 11 Feb 2008 19:27:28 by TG-PhaiFanClub